การพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักฯเพื่อการอุปโภคบริโภคและการอุตสาหกรรม

October 30th, 2015

spillwayแม่น้ำป่าสักเป็นแม่น้ำสาขาที่สำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ต้นน้ำเริ่มที่ อ.ด่านซ้าย จังหวัดเลย ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์, ลพบุรี, สระบุรี, และบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมความยาว 513 กิโลเมตร มีพื้นที่ลุ่มน้ำ 14,520 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยในแต่ละปี 2,400ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ในปัจจุบันความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูกในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และลุ่มน้ำป่าสักมีเพิ่มทวีขึ้นทุกปี อีกทั้งปัญหาอุทกภัยซึ่งทำความเสียหายให้กับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล น้ำจากแม่น้ำป่าสักมีส่วนทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงด้วยเช่นกัน จึงสมควรที่จะดำเนินการศึกษาถึงความเหมาะสมของโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสัก

การพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักโดยการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นวิธีการจัดการทรัพยากรน้ำแนวทางหนึ่ง โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีปริมาณน้ำจำนวนมากที่จะนำไปใช้ได้อย่างพอเพียงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ประโยชน์นานัปการจากการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ด้วยปริมาณน้ำที่เก็บกักได้จะสามารถตอบสนองความต้องการด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมได้อย่างครบถ้วน รวมไปถึงการเกิดแหล่งประมง และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งใหม่ ตลอดจนเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนั้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังช่วยลดความรุนแรงอันเกิดจากอุทกภัยในลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ทั้งยังเอื้อประโยชน์ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำ จะชุ่มชื้นไปด้วยน้ำ และดินที่มีคุณภาพ ป่าไม้ที่สมบูรณ์ และสัตว์นานาชนิด

การอุปโภคบริโภคและการอุตสาหกรรมมีความต้องการใช้น้ำในปริมาณที่มาก รองลงไปจากการเกษตร การเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์แล้วระบายลงมาในลำน้ำป่าสัก โดยการจัดสรรน้ำให้มีน้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปีจะช่วยให้ประชาชนสองฝั่งลำน้ำป่าสักในเขตอำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย และอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี มีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี รวมทั้งการผลิตน้ำประปาของอำเภอเมืองสระบุรี และชุมชนใกล้เคียง ตลอดจนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยเหตุนี้ปัญหาการขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะน้ำกินน้ำใช้ สำหรับคนในเมืองจึงไม่ใช่เรื่องที่จะน่าวิตกอีกต่อไป

กลไกควบคุมการปล่อยมลพิษทางน้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าการประมงในทะเลสาบสงขลา

October 3rd, 2015

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ม.อ.หาดใหญ่ เสนอให้ใช้กลไกการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ก่อมลพิษทางน้ำในทะเลสาบสงขลาพัฒนาเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสีย เพื่อลดมลพิษจากการผลิตของตนเอง โดยมีอนุญาตการปล่อยน้ำเสียชนิดเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ได้เป็นเครื่องมือควบคุมการปล่อยมลพิษของผู้ผลิตรายใหญ่ และมีค่าธรรมเนียมในการปล่อยน้ำเสียเป็นเครื่องมือควบคุมผู้ผลิตที่มีขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำและเพิ่มมูลค่าการประมงในทะเลสาบสงขลา

เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก มีความอุดมสมบูรณ์ในอดีตและมีความหลากหลายทางชีวิภาพสูง โดยเลือกผลผลิตของกุ้งตะกาดเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของสิ่งแวดล้อมและคุณค่าทางเศรษฐกิจของทะเลสาบสงขลา เนื่องจากกุ้งตะกาดเป็นสัตว์น้ำประจำถิ่นที่พบมากถึงร้อยละ 74 ของผลผลิตกุ้งในทะเลสาบสงขลา และเป็นสัตว์น้ำที่มีราคาสูงที่ชาวประมงพึ่งพิงเป็นรายได้หลัก

นอกจากนี้ ยังพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อผลผลิตประมงมีทั้งเรื่องคุณภาพน้ำที่เชื่อมโยงจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ เช่น น้ำเสียจากชุมชน, ปริมาณการลงแรงทำประมง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประมงและจำนวนครัวเรือนที่ประกอบอาชีพประมง รวมถึงระดับความเค็มของน้ำที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายว่าให้นำการใช้กลไกการสร้างแรงจูงให้ผู้ก่อมลพิษหันมาสนใจพัฒนาเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียเพื่อลดมลพิษจากการผลิตของตนผ่านใบอนุญาตปล่อยน้ำเสียชนิดเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ได้เป็นเครื่องมือควบคุมการปล่อยมลพิษของผู้ผลิตรายใหญ่ และใช้ค่าธรรมเนียมในการปล่อยน้ำเสียเป็นเครื่องมือควบคุมผู้ผลิตที่มีขนาดกลางและขนาดเล็ก

ส่วนการศึกษาเรื่องนโยบายการควบคุมการทำประมงในทะเลสาบสงขลาพบว่า นโยบายการจัดการร่วมกันโดยชุมชนสามารถควบคุมการวางไซได้ดีกว่ามาตรการควบคุมโดยรัฐ และการกำหนดสิทธิในการวางไซที่สามารถเปลี่ยนมือได้จะควบคุมการละเมิดได้ดีกว่าสิทธิที่ไม่สามารถเปลี่ยนมือได้

สำหรับทะเลสาบสงขลามีพื้นที่ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ จ.สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช เป็นทะเลสาบเปิดที่ประกอบด้วยทะเลสาบย่อยเชื่อมต่อกัน 3 จุด โดยมีทางเปิดออกสู่ทะเลอยู่ตอนใต้สุด มีทั้งน้ำกร่อยและน้ำเค็มขึ้นอยู่กับฤดูกาล มีพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 1,040 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันกำลังเผชิญสภาวะการลดลงของผลผลิตประมงอย่างต่อเนื่อง จากสาเหตุคุณภาพน้ำที่เสื่อมลงและการจับสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้น โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลายหน่วยงานพยายามหามาตรการมาควบคุมการจับสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา แต่ผลการปฏิบัติยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้นการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์ของคณะนักวิจัย ม.อ.หาดใหญ่ ครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นอีกแนวทางที่สะท้อนปัญหาและกระตุ้นเตือนให้คนสงขลาหันมาให้ความสำคัญและร่วมกันฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดอย่างจริงจังอีกครั้ง

การอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล เพื่อฟื้นฟูสมดุลทางทะเล

August 27th, 2015

การฟื้นฟูแนวหญ้าทะเลนั้น มีความสำคัญซึ่งควรดำเนินการควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ปัจจุบันมีการย้ายปลูกหญ้าทะเลทั้งในพื้นที่เดิมที่เสื่อมโทรมและในพื้นที่ใหม่ ที่ไม่เคยมีหญ้าทะเล การย้ายปลูกคือวิธีการที่ใช้ในการย้ายหญ้าทะเลไปปลูกในบริเวณที่เคยมีหญ้าทะเลปรากฏมาก่อนแต่ได้สูญหายไป เนื่องจากผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์หรือธรรมชาติ หรือการปลูกหญ้าทะเลขึ้นใหม่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่จะช่วยสนับสนุนให้การฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลประสบความสำเร็จ อย่างเช่น การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชนในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การสร้างชุมชนให้เข็มแข็งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของหญ้าทะเล การสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชนกับภาครัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน และการควบคุมการใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายแหล่งหญ้าทะเล โดยหลักการที่ถูกต้องคือควรปล่อยให้หญ้าทะเลฟื้นตัวตามธรรมชาติ เพราะระบบนิเวศหญ้าทะเลสามารถฟื้นตัวได้เร็วและใช้แนวทางการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยลดภัยคุกคามที่มีผลทำให้หญ้าทะเลเสื่อมโทรม ทั้งนี้การเพาะเลี้ยงหญ้าทะเลสามารถทำได้โดยการเก็บเมล็ดของหญ้าทะเลมาเพาะให้เจริญเติบโตพอสมควรและมีรากที่สมบูรณ์ แล้วจึงนำไปปลูกในที่ที่เหมาะสม ซึ่งควรให้เมล็ดพันธุ์หญ้าทะเลมีการเจริญแพร่พันธุ์ในแหล่งเดิมตามธรรมชาติด้วย นอกจากนี้หญ้าทะเลจะเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์มากในบ่อดินที่ใช้เป็นบ่อพัก น้ำทะเล หรือในบ่อดินที่เป็นบ่อกุ้งหรือสัตว์น้ำอื่นๆ สำหรับระบบนิเวศหญ้าทะเลนั้นสามารถช่วยลดความเร็วของกระแสน้ำ ลดความแรงของคลื่นและยังช่วยลดการฟุ้งกระจายของตะกอนให้เกิดขึ้นน้อยลง ซึ่งมีส่วนในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้คงทนรวมทั้งลดการพังทลายให้เกิดน้อยลงด้วย

จะเห็นได้ว่า หญ้าทะเลมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการป้องกันภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยดูดซึมสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำทะเลซึ่งจะส่งผลดีช่วยทำให้น้ำทะเลมีคุณภาพดีขึ้นและเหมาะกับการนำไปใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน และยังเป็นที่หลบภัยและแหล่งอาหารที่ดีให้กับสัตว์น้ำเหล่านี้ได้อีกด้วย

การจัดกิจกรรมฟื้นฟูป่าชายเลนมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

July 23rd, 2015

การฟื้นฟูป่าชายเลน โดยชุมชนมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีองค์กรต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งระดับของการมีส่วนร่วมมีมากน้อยแตกต่างกันไปตามสภาพความเหมาะสมและการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าชายเลนนับว่าเป็นแนวทางที่น่าจะได้รับการยอมรับสูง เนื่องจากมีชุมชนหลายแห่งประสบผลสำเร็จด้วยดีจากการจัดการของชุมชนท้องถิ่นเอง เพราะว่าชุมชนท้องถิ่นตามแนวชายฝั่งล้วนมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาและผูกพันกับทรัพยากรป่าชายเลนอยู่แล้ว นอกจากนั้นบทเรียนและประสบการณ์ที่ชุมชนได้รับในอดีต ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จูงใจให้กับชุมชนมามีบทบาทในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรป่าชายเลน ดังนั้นการจัดทำเอกสารในการฟื้นฟูป่าชายเลนให้กับชุมชนและองค์กรที่เกี่ยวข้องสามารถกระทำได้หลายๆวิธีที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และแนวทางนี้ชุมชนอาจจะประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง ชุมชนจะต้องมีการเรียนรู้และปรึกษาหารือจึงจะทำให้การฟื้นฟูป่าชายเลนประสบผลสำเร็จด้วยดีตามเป้าหมายที่วางไว้ นอกจากนี้ป่าชายเลนเป็นแหล่งรวมพันธุ์สัตว์ชนิดต่างๆ ทั้งสัตว์บก สัตว์ปีกและสัตว์น้ำ นับว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์มากทั้งในเขตป่าชายเลนและตามแนวชายฝั่ง โดยเฉพาะกุ้ง หอย ปู ปลา ที่มีมากมายหลายชนิดที่ชาวบ้านสามารถนำมารับประทานและขายเป็นรายได้ตลอดทั้งปี ดังนั้น ป่าชายเลน จึงเปรียบเสมือนตลาดสดสำหรับชุมชน ชุมชนชายฝั่งจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีได้นั้น จะต้องขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนเป็นหลัก อีกทั้งป่าชายเลนยังคอยเกื้อหนุนต่อทรัพยากรทางทะเลซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนชนิดต่างๆ เป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำที่สำคัญช่วยป้องกันการพังทลายชายฝั่งจากคลื่นลมและทำหน้าที่รักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่ง ที่เกื้อกูลต่อพันธุ์สัตว์และพรรณพืช รวมถึงลดมลภาวะทางอากาศและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ฉะนั้น หากป่าชายเลนถูกทำลายก็จะส่งผลต่อจำนวนของสัตว์น้ำที่ลดลง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการทำมาหากินเป็นอย่างมาก

ดังนั้น การฟื้นฟูป่าชายเลนโดยชุมชน นับว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าจะได้รับความสนใจและจะประสบผลสำเร็จเป็นอย่างสูง และยังช่วยให้ชุมชนมีการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของตนเองกระทั่งกลับคืนสู่สภาพอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งใช้ประโยชน์ของชุมชนดังเดิม

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ

June 19th, 2015

dam-650x276
น้ำกลายเป็นทรัพยากรที่สามารถเกิดหมุนเวียนได้เรื่อยๆไม่มีวันหมดสิ้นเมื่อแสงแดดส่องมาบนพื้นโลกน้ำจากทะเลและมหาสมุทรก็จะระเหยเป็นไอน้ำอยู่ในอากาศเมื่อพบอากาศที่เย็นกว่าไอน้ำนั้นจะกลั่นตัวตกมาเป็นฝนอีกครั้ง แต่วิกฤตการณ์การขาดแคลนน้ำจากสาเหตุต่างๆ เช่น ความต้องการน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น ความต้องการน้ำใช้ในกิจกรรมต่างๆมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ความสมดุลของทรัพยากรน้ำระหว่างฤดูแล้งและฤดูฝนไม่สมดุล รวมถึงการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆที่ขาดแผนการใช้ที่รัดกุมและเหมาะสมรวมทั้งขาดองค์กรระดับชาติที่จะเข้ามาบริหารจัดการแหล่งน้ำ ตลอดจนแหล่งน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันมีสภาพเสื่อมโทรม เน่าเสีย คุณภาพไม่เหมาะสมไม่สามารถนำมาใช้ได้

แม่น้ำเป็นทั้งแหล่งอาหาร เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในสมัยสังคมเกษตรกรรม เป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในครอบครัว เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของประชากร ตลอดจนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การเกษตรที่เคยอาศัยธรรมชาติเปลี่ยนเป็นระบบชลประทานแบบเร่งรัดเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ ทำให้แหล่งน้ำต่างๆต้องรับบทบาทในการรองรับของเสียจากแหล่งกำเนิดต่างๆเพิ่มมากขึ้นจนเกินขีดความสามารถที่จะฟอกตัวเองตามธรรมชาติได้หรือจนแทบเรียกได้ว่าไม่มีเวลาได้หายใจ จนก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียขึ้น เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การใช้ทรัพยากรเหล่านี้จะต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งจะต้องใช้ตามศักยภาพของทรัพยากร เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและความยั่งยืนต่อไป

การอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ

1.ให้มีการศึกษาวางแผนการจัดการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการผันน้ำ โครงการเขื่อนเก็บกักน้ำใต้ดิน เพื่อเป็นการรองรับการใช้น้ำระยะยาว
2.กำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่ โดยให้มีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
3.ส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้และดูแลรักษาป่าไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแหล่งน้ำและต้นน้ำลำธาร
4.ให้ความสำคัญในการปรับปรุงแหล่งน้ำขนาดเล็ก รวมถึงการระมัดมะวังมิให้นำพื้นที่ชลประทาน แหล่งน้ำธรรมชาติ ระบบชลประทานมาใช้เพื่อประโยชน์อื่น
5.เสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ การใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้มีวินัยในการใช้น้ำอย่างถูกต้อง รวมทั้งการอนุรักษ์น้ำอย่างถูกวิธี